วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2562

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 4 วันพฤหัสบดี ที่ 29 สิงหาคม 2562 เวลา 08:30-11:30

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ตกแต่งพาวเวอร์พ้อยดุ๊กดิ๊ก
บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 4
วันพฤหัสบดี ที่ 29 สิงหาคม 2562 
เวลา 08:30-11:30 
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ตกแต่งพาวเวอร์พ้อยดุ๊กดิ๊ก

📌ความรู้ที่ได้รับ📒📕📗📘📙
บทที่ 3
การสื่อสารกับผู้ปกครองเด็กปฐมวัย


📌ความหมายของการสื่อสาร📌

👉 การสื่อสาร  (Communication) คือ กระบวน การส่งข่าวสาร ข้อมูล จาก   ผู้ส่งข่าวสารไปยังผู้รับข่าวสาร มีวัตถุประสงค์เพื่อชักจูงให้ผู้รับข่าวสาร มีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมา โดยคาดหวังให้เป็นไปตามที่ผู้ส่งต้องการ
👉 การติดต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ ความคิด ทัศนคติ ทักษะ และประสบการณ์ระหว่างผู้ส่งสารและผู้รับสารให้มีความเข้าใจ ที่ตรงกันเพื่อนำไปสู่การดำรงชีวิตที่มีความสุข
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
📌ความสำคัญของการสื่อสาร📌
1.ทำให้ได้รับรู้และเข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม
2.ทำให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันทั้ง 2 ฝ่าย
3.ทำให้สร้างมิตรภาพที่อบอุ่น
4.ทำให้เกิดภาพแห่งความพึงพอใจ
5.ช่วยในการพัฒนาอัตมโนทัศน์ เป็นการสร้างความรู้สึกที่ดีต่อตนเองก่อให้เกิดความพอใจในชีวิต
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
📌รูปแบบของการสื่อสาร📌
👉 รูปแบบการสื่อสารของอริสโตเติล (Aristotle’s Model of Communication)
👉 รูปแบบการสื่อสารของลาล์สเวล (Lasswell’s Model of Communication)
👉 รูปแบบการสื่อสารของแชนนอนและวีเวอร์ (Shannon & Weaver’s Model of Communication)
👉 รูปแบบการสื่อสารของออสกูดและชแรมม์ (C.E Osgood and Willbur Schramm’s )
👉 รูปแบบการสื่อสารของเบอร์โล (Berlo’s Model of Communication) 

📢รูปแบบการสื่อสารของอริสโตเติล📢
(Aristotle’s Model of Communication)

📢รูปแบบการสื่อสารของลาล์สเวล📢 
(Lasswell’s Model of Communication)


📢รูปแบบการสื่อสารของแชนนอนและวีเวอร์📢
(Shannon & Weaver’s Model of Communication)

📢รูปแบบการสื่อสารของออสกูดและชแรมม์📢
(C.E Osgood and Willbur Schramm’s )

📢รูปแบบการสื่อสารของเบอร์โล📢
(Berlo’s Model of Communication) 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
📌องค์ประกอบของการสื่อสาร📌

1. ผู้ส่งข่าวสาร (Sender)
2. ข้อมูลข่าวสาร (Message)
3. สื่อในช่องทางการสื่อสาร (Media)
4. ผู้รับข่าวสาร (Receivers)
5. ความเข้าใจและการตอบสนอง



📌ผู้ส่งสารและผู้รับสาร📌
• ผู้จัดกับผู้ชม
• ผู้พูดกับผู้ฟัง
• ผู้ถามกับผู้ตอบ
• คนแสดงกับคนดู
• นักเขียนกับนักอ่าน
• ผู้อ่านข่าวกับคนฟังข่าว
• คนเล่านิทานกับคนฟังนิทาน

📌สื่อ📌
👉👉👉 ใช้วิธีพูด-เขียน หรือการนำเสนอในรูปแบบต่างๆ เช่น ใช้รูปภาพ รวมทั้งเทคโนโลยีต่างๆ โดยวิธีการติดต่อนั้นต้องใช้ตัวกลางต่างๆ เช่น คลื่นเสียง ตัวหนังสือ แผ่นกระดาษที่มีตัวหนังสือเขียน  คลื่นวิทยุโทรทัศน์ ตัวกลางเหล่านี้เรียกว่า สื่อ โดยการสื่อสารนั้นสามารถใช้สื่อหลายๆอย่างได้พร้อมๆกัน เช่น การเรียน การสอน ต้องใช้ทั้งหนังสือ กระดาน ภาพ

📌สาร📌
👉👉👉คือ เรื่องราวที่รับรู้ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น  ข้อเท็จจริง  ข้อแนะนำ  การล้อเลียน  ความปรารถนาดี  ความห่วงใย  มนุษย์จะแสดงออกมาให้เป็นที่รับรู้ได้ การสื่อสารจะเกิดขึ้นตามกาลเทศะ  และสภาพแวดล้อมต่างๆในสังคม

📌วัตถุประสงค์ของการสื่อสาร📌
1. เพื่อแจ้งให้ทราบ หมายถึง การสื่อสารที่ผู้ส่งสารจะแจ้ง หรือบอกกล่าวข่าวสาร ข้อมูล เหตุการณ์ ความคิด ความต้องการของตนให้ผู้รับได้ทราบ
2. เพื่อสอนหรือให้การศึกษา หมายถึง การสื่อสารที่มุ่งจะให้ผู้รับมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางด้านองค์ความรู้ ความคิด สติปัญญา ฉะนั้นจึงมุ่งเน้นไปที่การเรียนการสอนหรือการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการโดยเฉพาะ
3. เพื่อสร้างความพอใจหรือให้ความบันเทิง หมายถึง การสื่อสารที่มุ่งให้เกิดผลทางจิตใจหรืออารมณ์ ความรู้สึกแก่ผู้รับสาร ซึ่งจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้ส่งสารมีข้อมูลที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้รับสาร และมีกลวิธีในการนำเสนอเป็นที่พอใจ
4. เพื่อเสนอหรือชักจูงใจ มุ่งเน้นให้ผู้รับสารมีพฤติกรรมคล้อยตาม หรือยอมรับปฏิบัติตาม
👉👉👉 จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า วัตถุประสงค์ของการสื่อสารในแต่ละระดับมี จุดมุ่งหมายที่แตกต่างกันไป ซึ่งจะสำเร็จได้ต้องขึ้นอยู่กับทั้งฝ่ายผู้ส่งสารและฝ่ายผู้รับสาร มีความต้องการที่สัมพันธ์กัน โดยรวมแล้วพอสรุปวัตถุประสงค์การสื่อสารได้ ดังนี้
1. เพื่อแจ้งให้ทราบ คือ การรับและส่งข่าวสารด้านต่างๆ การนำเสนอเรื่องราว ความรู้สึกนึกคิด ความรู้ หรือสิ่งอื่นใด ที่ต้องการให้ผู้รับสารรู้และเข้าใจข้อมูลนั้นๆ โดยมุ่งให้ความรู้และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง
2. เพื่อความบันเทิงใจ คือ การรับส่งความรู้สึกที่ดี และมุ่งรักษามิตรภาพต่อกัน เป็นการนำเสนอเรื่องราวหรือสิ่งอื่นใดที่จะทำให้ผู้รับสารเกิดความพึงพอใจ
3. เพื่อชักจูงใจ คือ การนำเสนอเรื่องราวหรือสิ่งอื่นใดเพื่อจูงใจให้เกิดความร่วมมือ สร้างกำลังใจ เพื่อให้ผู้รับสารเกิดความคิดคล้อยตาม หรือปฏิบัติตาม    ที่ผู้ส่งสารต้องการ และนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไข

📌ประเภทของการสื่อสาร📌
👉👉👉 ได้มีจำแนกประเภทของการสื่อสารไว้แตกต่างกันหลายลักษณะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการจำแนก ในที่นี้จะแสดงการจำแนกประเภทของการสื่อสาร โดยอาศัยเกณฑ์ในการจำแนกที่สำคัญ 3 ประการ คือ
  1. จำแนกตามกระบวนการหรือการไหลของข่าวสาร
  2. จำแนกตามภาษาสัญลักษณ์ที่แสดงออก
  3. จำแนกตามจำนวนผู้สื่อสาร
✅ 1.จำแนกตามกระบวนการหรือการไหลของข่าวสารแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
1.1 การสื่อสารทางเดียว (One-Way Communication) คือการสื่อสารที่ข่าวสารจะถูกส่งจากผู้ส่งไปยังผู้รับในทิศทางเดียว โดยไม่มีการตอบโต้กลับจากฝ่ายผู้รับ เช่น การสื่อสารผ่านสื่อ วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ การออกคำสั่งหรือมอบหมายงานโดย ฝ่ายผู้รับไม่มีโอกาสแสดงความคิดเห็น ซึ่งผู้รับอาจไม่เข้าใจข่าวสาร หรือเข้าใจไม่ถูกต้องตามเจตนาของผู้ส่งและทางฝ่ายผู้ส่งเมื่อไม่ทราบปฏิกิริยาของผู้รับจึงไม่อาจปรับการสื่อสารให้เหมาะสมได้ การสื่อสารแบบนี้สามารถทำได้รวดเร็วจึงเหมาะสำหรับการสื่อสารในเรื่องที่เข้าใจง่าย
1.2 การสื่อสารสองทาง (Two-way Communication) คือการสื่อสารที่มีการส่งข่าวสารตอบกลับไปมาระหว่างผู้สื่อสาร ดังนั้นผู้สื่อสารแต่ละฝ่ายจึงเป็นทั้งผู้ส่งและผู้รับในขณะเดียวกัน ผู้สื่อสารมีโอกาสทราบปฏิกิริยาตอบสนองระหว่างกัน ทำให้ทราบผลของการสื่อสารว่าบรรลุจุดประสงค์หรือไม่ และช่วยให้สามารถปรับพฤติกรรมในการสื่อสารให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ตัวอย่างการสื่อสารแบบสองทาง เช่น การพบปะพูดคุยกัน การพูดโทรศัพท์ การออกคำสั่งหรือมอบหมายงานโดยฝ่ายรับมีโอกาสแสดงความคิดเห็น
✅ 2. จำแนกตามภาษาสัญลักษณ์ที่แสดงออก
2.1 การสื่อสารเชิงวัจนะ (Verbal Communication) หมายถึงการสื่อสารด้วยการใช้ภาษาพูด หรือเขียนเป็นคำพูด ในการสื่อสาร
2.2 การสื่อสารเชิงอวัจนะ (Non-Verbal Communication) หมายถึงการสื่อสารโดยใช้รหัสสัญญาณอย่างอื่น เช่น ภาษาท่าทาง การแสดงออกทางใบหน้า สายตา ตลอดจนถึงน้ำเสียง ระดับเสียง ความเร็วในการพูด เป็นต้น
✅ 3. จำแนกตามจำนวนผู้สื่อสาร
👉👉👉 กิจกรรมต่างๆ ของบุคคลและสังคม ถือว่าเป็นผลมาจากการสื่อสารทั้งสิ้น ดังนั้นการสื่อสารจึงมีขอบข่ายครอบคลุมลักษณะการสื่อสารของมนุษย์ 3 ลักษณะคือ
3.1 การสื่อสารส่วนบุคคล (Intrapersonal Communication)
3.2 การสื่อสารระหว่างบุคคล (Interpersonal Communication)
3.3 การสื่อสารมวลชน (Mass Communication) 
📌การสื่อสารกับตนเอง📌
👉 การสื่อสารที่บุคคลเดียวเป็นทั้งผู้ส่งสารและรับสาร
👉 การคิดหาเหตุผลโต้แย้งกับตนเองในใจ
👉 เนื้อหาไม่มีขอบเขตุจำกัด
👉 บางครั้งมีเสียงพึมพำดังออกมาบ้าง
👉 บางครั้งเกิดความขัดแย้งในใจและไม่อาจตัดสินใจได้
👉 อาจเป็นการปลอบใจตนเอง การเตือนตนเอง การวางแผน หรือแก้ปัญหาใดๆ

📌การสื่อสารระหว่างบุคคล📌
👉 บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ไม่ถึงกับเป็นกลุ่ม
👉 เป็นเรื่องเฉพาะระหว่างบุคคล อาจไม่เกี่ยวข้องหรือเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น
👉 อาจเป็นความลับระหว่างผู้ส่งสารกับผู้รับสารเท่านั้น
👉 สารที่สื่ออาจเปิดเผยหากมีประโยชน์ต่อบุคคลอื่น

📌การสื่อสารสาธารณะ📌
👉 มีเป้าหมายจะส่งสารสู่สาธารณชน
👉 มีเนื้อหาที่อาจให้ความรู้และเป็นประโยชน์ ให้ความเข้าใจที่ถูกต้อง
👉 เป็นความคิดที่มีคุณค่าและเปิดเผยได้โดยไม่จำกัดเวลา เช่น การบรรยาย       การปาฐกถา  การอมรม การสอนในชั้นเรียน

📌การสื่อสารมวลชน📌
👉ลักษณะสำคัญคล้ายการสื่อสารสาธารณะ
👉ต้องอาศัยสื่อที่มีอำนาจการกระจายสูง รวดเร็ว กว้างขวาง เช่น วิทยุ โทรทัศน์ ดาวเทียมและสื่อมวลชน
👉ต้องคัดเลือกเฉพาะข้อเท็จจริงหรือข้อคิดเห็นที่เห็นว่าควรนำเสนอ
👉อาจสนองความต้องการและความจำเป็นของมวลชนมากหรือน้อยได้

📌การสื่อสารในครอบครัว📌
👉 เป็นการสื่อสารขั้นพื้นฐานของมนุษย์
👉 ประสิทธิภาพของการสื่อสารขึ้นอยู่กับความตั้งใจดีของสมาชิกในครอบครัว
👉 คุณธรรมที่ดีงามในครอบครัวจะช่วยพัฒนาการสื่อสารไปในทางดีงามเสมอ
👉 ต้องยอมรับและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่แตกต่างกัน
👉 คนต่างรุ่นต่างวัยในครอบครัวต้องพยายามทำความเข้าใจให้ตรงกัน
👉 ควรคำนึงถึงมารยาทที่ดีงามอยู่เสมอ

📌การสื่อสารในโรงเรียน📌
👉 ส่วนใหญ่เป็นการสื่อสารกับบุคคลที่คุ้นเคย
👉 เนื้อหามักเกี่ยวกับวิชาการ พื้นฐานอาชีพและหลักการดำเนินชีวิต
👉 มีทั้งการสื่อสารระหว่างบุคคล การสื่อสารในกลุ่มและการสื่อสารสาธารณะ
👉 อาจใช้เวลานานเพราะเรื่องราวมีปริมาณมาก
👉 อาจมีโอกาสโต้แย้งถกเถียง ควรยอมรับข้อเท็จจริงและไม่ใช้อารมณ์
👉 ข้อเท็จจริงและข้อสรุปบางเรื่องไม่ควรนำไปเผยแพร่
👉 ควรระมัดระวังคำพูดและกิริยามารยาท
👉 คุณธรรมด้านความซื่อสัตย์และการยอมรับอาวุโสเป็นเรื่องสำคัญ

📌การสื่อสารในวงสังคมทั่วไป📌
👉 เริ่มด้วยการทักทายตามสภาพของสังคมนั้นๆ
👉 การแสดงความยินดีหรือเสียใจ ไม่ควรมากหรือน้อยจนเกินไป
👉 การติดต่อกับคนที่ไม่รู้จักมาก่อนควรพูดให้ตรงประเด็นและสุภาพพอควร
👉 การคบหากับชาวต่างประเทศ ควรศึกษาประเพณีและมารยาทที่สำคัญๆของกันและกัน

📌ธรรมชาติและพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้ปกครอง📌
        ออเออร์บาค (Auerbach,1968) ได้กล่าวถึงธรรมชาติของผู้ปกครองไว้ดังนี้
👉 ผู้ปกครองสามารถเรียนรู้ได้
👉 ผู้ปกครองมีความต้องการที่จะเรียนรู้
👉 ผู้ปกครองเรียนรู้ได้ดีที่สุดในสิ่งที่เขาสนใจ
👉 การเรียนรู้จะมีความหมายที่สุดก็ต่อเมื่อเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวของผู้ปกครอง
👉 การมีอิสระในการเรียนรู้จะทำให้ผู้ปกครองเรียนรู้ได้ดีที่สุด
👉 ผู้ปกครองสามารถเรียนรู้ได้จากกันและกัน
👉 การให้ความรู้กับผู้ปกครองถือเป็นการให้ประสบการณ์ใหม่แก่ผู้ปกครอง

📌ธรรมชาติการเรียนรู้ของผู้ปกครองเด็กปฐมวัยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้📌
👉 เรียนรู้ได้ดีในเรื่องของการพัฒนาเด็ก
👉 เรียนรู้ได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีความสมานฉันท์
👉 มีความแปลกใหม่และมีประโยชน์ต่อเด็ก
👉 เรียนรู้ได้ดีจากการฝึกปฏิบัติ
👉 เรียนรู้ได้ดีในบรรยากาศที่เป็นวิชาการน้อยที่สุด
👉 ควรได้รับความต่อเนื่องในการเรียนรู้ทีละขั้นตอน
👉 เรียนรู้ได้ดีจากสื่อและอุปกรณ์ที่หลากหลาย

📌พฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้ปกครอง📌
       ปัจจัยที่มีผลต่อการแสดงออกทางพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้ปกครอง
ความพร้อม  คือ สภาพความสมบูรณ์ของร่างกายและจิตใจที่จะเรียนรู้ โดยเตรียม
1. ความพร้อมในเรื่องดังนี้ พื้นฐานประสบการณ์เดิม สร้างความสนใจเห็นเห็นถึงความสำคัญของความรู้ ส่งเสริมความเชื่อมั่นในการเรียนรู้
2.ความต้องการ คือ ความต้องการให้ชีวิตดำเนินไปอย่างมีความสุข เช่น ต้องการให้ลูกมีสุขภาพที่แข็งแรง มีการศึกษาที่ดี
3.อารมณ์และการปรับตัว คือ  แนวโน้มที่จะปฏิบัติต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มี 2 ประเภทคือ  อารมณ์ทางบวก เช่น ดีใจ พอใจ ฯลฯ อารมณ์ทางลบ เช่น โกรธ เสียใจ หงุดหงิด  ซึ่งอารมณ์ทั้ง 2 นี้มีผลต่อการเรียนรู้ ดังนั้นควรปรับอารมณ์ให้เกิดความสมดุลพร้อมที่จะเรียนรู้
4.การจูงใจ หมายถึง การกระตุ้นเพื่อให้เกิดการเรียนรู้  เช่น ต้องการรู้เพื่อแก้ปัญหาลูกหลาน ต้องการรู้เพื่อพัฒนาลูก ต้องการรู้เพื่อให้ลูกเป็นคนดี
5.การเสริมแรง คือ การสร้างความพึงพอใจหลังการเรียนรู้ให้แก่ผู้ปกครอง เช่น คำชมเชย รางวัล ฯลฯ
6.ทัศนคติและความสนใจ คือ การที่บุคคลมีการตอบสนองและแสดงความรู้สึกต่อสิ่งเร้าต่างๆ เช่น 
- จัดสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ทำให้ผู้ปกครองพอใจและสนุกกับการเรียนรู้
- ช่วงเวลาในการจัดให้ความรู้ ควรมีเวลาที่สะดวกในการเข้าร่วมกิจกรรม
7.ความถนัด คือ ความสามารถของบุคคลในการทำกิจกรรมให้สำเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ



📌อุปสรรคที่สำคัญของการสื่อสาร📌
👉 ผู้ส่งข่าวสารขาดทักษะในการสื่อสารที่ดี เช่นใช้ภาษาที่อยากแก่การเข้าใจ หรือไม่เหมาะแก่ผู้รับ
👉 ข้อมูลข่าวสารมากเกินไป
👉 ได้ข่าวสารไม่ครบสมบูรณ์ ทำให้สื่อความหมายผิดๆ
👉 ข้อมูลที่ส่งไปผ่านหลายขั้นตอน
👉 เลือกใช้เครื่องมือในการส่งข่าวสารไม่เหมาะสม
👉 รีบเร่งด่วนสรุปข่าวสารเร็วเกินไป ขาดการไตร่ตรอง
👉 ผู้รับข่าวสารไม่ทบทวน หรือสอบถามให้เข้าใจเมื่อสงสัย
👉 อารมณ์ของผู้รับ หรือผู้ส่งอยู่ในสภาพไม่ปกติ
👉 ผู้ส่งหรือผู้รับมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง ไม่รับฟังความคิดเห็นผู้อื่น

📌7 c กับการสื่อสารที่ดี📌
👉 Credibility ความน่าเชื่อถือ : สามารถทำให้ผู้รับสารเกิดความเชื่อถือใน         สารนั้นๆ 
👉 Content เนื้อหาสาระ : มีสาระให้เกิดความพึงพอใจ เร่งเร้าและชี้แนะให้เกิดการตัดสินใจได้ในลักษณะอย่างไรบ้าง
👉 Clearly ความชัดเจน : การเลือกใช้คำหรือข้อความที่เข้าใจง่าย ๆ ข้อความไม่คลุมเครือ
👉 Context ความเหมาะสมกับโอกาส : การเลือกใช้ภาษาและใช้สิ่งที่ส่งสาร   เหมาะสม
👉 Channel ช่องทางการส่งสาร : การเลือกวิธีการส่งข่าวสารได้เหมาะสมและรวดเร็วที่สุด
👉 Continuity consistency ความต่อเนื่องและแน่นอน : การสื่อสารกระทำอย่างต่อเนื่องมีความแน่นอนถูกต้อง

👉 Clarity of audience ความสามารถของผู้รับสาร : การเลือกใช้วิธีการส่งสารซึ่งมั่นใจว่าผู้รับสารจะสามารถรับสารได้ง่ายและสะดวกโดยคำนึงถึงความรู้ เจตคติ อุปนิสัย ทักษะการใช้ภาษา สังคมวัฒนธรรมของผู้รับสารเป็นสำคัญ

📌คุณธรรมในการสื่อสาร📌
      คุณธรรม คือ 
👉 ความดีงามที่มีอยู่ในตัวบุคคล
👉 ต้องประกอบด้วยเหตุผลที่ดีของแต่ละบุคคล
👉 เกิดจากการปลูกฝังตั้งแต่เด็ก
👉 เกิดจากการได้เห็น ได้ยิน ได้อ่าน
👉 เกิดจากการได้เห็นพฤติกรรมของคนที่เคารพรักเป็นแบบอย่าง

📌คุณธรรมที่สำคัญในการสื่อสาร📌
👉 ความมีสัจจะและไม่ล่วงละเมิดสิทธิซึ่งกันและกัน
👉 ความรัก ความเคารพและความปรารถนาดีต่อกัน
👉 ความรับผิดชอบในสิ่งที่ตนพูดหรือกระทำ
👉 เป็นพฤติกรรมด้านนอกของการสื่อสาร หมายถึงพฤติกรรมที่ปรากฏให้เห็นชัดเจน เช่นกิริยาอาการ  การเปล่งเสียงออกมาเป็นถ้อยคำ  การเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรรวมทั้ง รูปภาพ แผนภูมิและการใช้วัตถุต่างๆ
👉 เป็นกิริยาวาจาที่เรียบร้อยถูกต้องตามคตินิยมของสังคม

📌วิธีการสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ปกครอง📌
👉 ศึกษาและพยายามทำตนให้เข้าใจกับผู้ปกครอง
👉 พยายามเรียนรู้ความต้องการของเขา และหาแนวทางตอบสนองตามความเหมาะสม
👉 พูดคุย พบปะกับผู้ปกครองในโอกาสต่างๆ
👉 หาโอกาสไปร่วมงานพิธีทางศาสนา เข้าร่วมกิจกรรมกับผู้ปกครอง
👉 ทำตนให้กลมกลืนกับผู้ปกครอง
👉 มีท่าทีเป็นมิตรอยู่เสมอ
👉 เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองร่วมกิจกรรม

💥สรุป💥
👉👉👉 การสื่อสารที่ดีและมีประสิทธิภาพนับเป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยให้งานการให้ความรู้ผู้ปกครองประสบผลสำเร็จ ผู้ที่เป็นครูจะต้องทำความเข้าใจเรื่องการสื่อสารให้กระจ่างชัดเจน ประกอบกับการศึกษาธรรมชาติและการเรียนรู้ของผู้ปกครอง พฤติกรรมการเรียนรู้ เพื่อที่จะได้ทำการให้ความรู้ให้การศึกษาแก่ผู้ปกครองได้ดีมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้ผู้ปกครองเกิดความศรัทธา เชื่อมั่นและมีความอบอุ่นว่าสถานศึกษาจะมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นก็ต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครอง บ้านโรงเรียน ชุมชนและสังคมเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาเด็กร่วมกัน

📋คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับรายวิชา📋


One-Way Communication  ❤ การสื่อสารทางเดียว
Two-way Communication ❤ การสื่อสารสองทาง 
Verbal Communication ❤ การสื่อสารเชิงวัจนะภาษา
Non-Verbal Communication ❤ การสื่อสารเชิงอวัจนะภาษา
personal Communication ❤ การสื่อสารส่วนบุคคล 
Intrapersonal Communication ❤ การสื่อสารระหว่างบุคคล 
Mass Communication ❤ การสื่อสารมวลชน 
Channel ❤ ช่องทางการส่งสาร 
Clarity of audience ❤ ความสามารถของผู้รับสาร 
Clearly ❤ ความชัดเจน 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ คำถามท้ายบท

1. การจัดการศึกษาปฐมวัยในปัจจุบันการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองมีความสำคัญอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ ผู้ปกครองจะได้ความรู้ในการนำไปอบรมเลี้ยงดูเด็ก และให้ความรู้เพื่อให้เด็กได้เตรียมตัวเป็นคนที่มีคุณภาพ

2. ในสถานศึกษาปฐมวัยสามารถดำเนินกิจกรรมการให้ความรู้ผู้ปกครองในลักษณะ หรือรูปแบบใดบ้าง จงอธิบาย และยกตัวอย่างของกิจกรรม
ตอบ การที่ผู้ปกครองเข้าไปร่วมกิจกรรม หรือช่วยเหลืองานของสถานศึกษาปฐมวัยที่จัดขึ้น เช่น การการเข้าร่วมประชุมผู้ปกครอง การไปทัศนศึกษาร่วมกับสถานศึกษา การร่วมกิจกรรมในวันหยุด

3. นักศึกษามีแนวคิดอย่างไรในการใช้บ้านเป็นฐานของการให้ความรู้ผู้ปกครอง
ตอบ ทำให้ผู้ปกครองได้ใกล้ชิดเด็กมากขึ้น รู้จัก เข้าใจเกี่ยวกับตัวเด็ก และส่งเสริมพัฒนาการของเด็กให้ดีขึ้น

4. องค์ความรู้ที่จำเป็นในการให้ความรู้ผู้ปกครองเด็กปฐมวัยเกี่ยวข้องกับเรื่องใดบ้าง
ตอบ พัฒนาการของเด็ก โภชนาการ สร้างความเข้าใจในวัยของเด็ก และสื่อการเรียนรู้ที่จะส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีขึ้น เป็นต้น
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ฟังเพลง

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 16 วันพุธ ที่ 21 พฤศจิกายน 2562 เวลา 15:00-16:30

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 16  วันพุธ ที่ 21 พฤศจิกายน 2562 เวลา 15:00-16:30  📌 ความรู้ที่ได้รับ 📒📕📗📘📙 👉 วันนี้เป็นกา...